ณัฐ ศักดาทร นักร้องอีกหนึ่งคนที่หลงใหลในการวิ่ง ผ่านมาแล้วหลายสนามจนเข้าใจว่าวิ่งให้มีความสุขเป็นอย่างไร และในวันนี้เขาจะมาแบ่งปันความรู้สึกนั้น พร้อมแนะนำ… ทำอย่างไรถึงจะวิ่งในตอนเช้าได้ และอะไรที่ทำให้วิ่งได้ดีขึ้น
สุขในทุกก้าวที่เราวิ่ง
สำหรับผมความสุขมันมีหลายองค์ประกอบเหมือนกัน บางทีความสุขคือการที่รู้ว่าเราเอาชนะตัวเองได้ มันก็คือการที่เราต้องตั้งเป้าหมาย แล้วก็ต้องคอมมิทกับมันในการซ้อม พอถึงวันจริงก็ทดสอบตัวเองว่าทำได้จริง แล้วมันก็จะมีความสุข หรือบางทีความสุขก็อาจจะเป็นแค่การได้วิ่งท่ามกลางบรรยากาศดี ๆ ได้เอาตัวเองไปอยู่กับธรรมชาติ แล้วก็ไม่ต้องกดดันตัวเองด้วยการทำสถิติอะไรทั้งนั้น มันแล้วแต่นะว่าช่วงไหนเราอยากได้ความสุขแบบไหน
ช่วงแรก ๆ ผมก็การได้ค้นพบว่าเราเก่งขึ้นได้เรื่อย ๆ เราเอาชนะตัวเองได้ด้วยการวิ่งที่เร็วขึ้น ไกลขึ้นได้เรื่อย ๆ แต่พอช่วงหลัง ๆ พอเราเริ่มวิ่งหลาย ๆ สนามมากขึ้น ผมเคยรู้สึกว่าเราไปโฟกัสที่ปลายทางมากไปไหม คือบางทีเราอยากจะวิ่งให้มีความสุขในทุกก้าวที่เราวิ่งมากกว่า ทุกโมเม้นต์ที่เราอยู่ในสนาม ตั้งแต่เราสตาร์ตจนฟินิชน่ะ นึกออกใช่ไหม ไม่ใช่แค่รอฟินิชแล้วเราได้ตัวเลขเท่าไหร่ แต่ให้เรามีความสุขกับการวิ่งไป เห็นคนที่วิ่งกับเรา เห็นวิวที่อยู่ข้างทาง แล้วก็แฮปปี้กับตัวเองที่ได้ออกมาอยู่ตรงนี้ นั่นคือวิ่งให้มีความสุขในความหมายของผม ณ ปัจจุบันนะ แต่ความหมายของคนอื่นอาจจะไม่เหมือนกัน
ตื่นเต้นและเต็มอิ่มกับโมเม้นต์ระหว่างทาง
เวลาที่วิ่งมีความรู้สึกเหมือนเรากำลังไปข้างหน้าตลอดเวลา แล้วเป็นข้างหน้าที่สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราสัมผัสรอบข้างเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิวข้างทางหรือคนที่เราเจอในสนามวิ่งด้วยกัน มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นกับแต่ละก้าวที่เราก้าวไปเจออยู่ตลอดเวลา อย่างผมไปวิ่งต่างประเทศ ผมมองข้างทาง ผมเห็นคนเชียร์ อยู่ ๆ เขาก็บอก “สู้ ๆ” อย่างคนญี่ปุ่นบอก “กัมบัตเตะเนะ” แปลว่า สู้ ๆ นะ พยายามต่อไปนะ สมาธิเราก็ไปอยู่ตรงนั้น รู้สึกเหมือนเราเป็นพระเอกหนังน่ะ (หัวเราะ) อยู่ ๆ ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาเชียร์ให้เราวิ่งให้สำเร็จ เฮ้ย! มันเจ๋งมากเลยนะ หรืออย่างวันที่ผมไปวิ่งจอมบึง มีเด็กรอแตะมือ ไอ้โมเม้นต์เหล่านี้มันไม่ใช่สิ่งที่เราเจอให้ชีวิตประจำวัน โมเม้นต์ที่คนไม่รู้จักกันมาเอาใจช่วยเรา
ดีต่อกาย ให้ความสุขใจ
เวลาที่ผมออกไปวิ่งแล้วผมอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ หรือเส้นทางเหล่านี้ในโหมดของคนที่วิ่งอยู่ มันจะมีความรู้สึกหนึ่งว่า ถ้าเราไม่ได้ออกมาวิ่งจะไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลยนะ พอรู้สึกแบบนั้นปุ๊บก็จะรู้สึกขอบคุณตัวเองที่วันนี้ฉันพาตัวฉันมาทำสิ่งนี้ มาทำอะไรที่มีประโยชน์ต่อตัวเอง สร้างความสุขให้ตัวเอง
วิ่งดีขึ้นได้ ใช้เพลงช่วย
สำหรับผมบางทีมันจะช่วยให้เราไม่ไปโฟกัสที่ความเหนื่อย มีบางทีที่ผมฟังเพลงช้าด้วยซ้ำนะเวลาวิ่ง เหมือนทำให้เราสงบลง บางทีฟังเพลงบรรเลง ฟังเพลงคลาสสิกยังมีเลย หรือบางทีก็ฟังเพลงแดนช์สุด ๆ ให้ฮาร์ตเรตมันตื่นเต้นขึ้น
อยากวิ่งตอนเช้าทำยังไงดี
หนึ่งนะ ต้องนอนเร็วก่อน ถ้าเราอยากตื่นเช้าขึ้นมาวิ่ง เราต้องไม่ใช้เพิ่งเตรียมตัวตั้งแต่ตอนตื่น แต่เราต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนอนของวันก่อนหน้า เพราะถ้าเราตื่นมาแล้วรู้สึกเหนื่อยหรืออะไร มันไม่มีกำลังใจออกไปวิ่งอยู่แล้วแหละ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะทำอะไรสักอย่าง เราต้องทำร่างกายเราให้พร้อม ผมแนะนำว่า ช่วงแรก ๆ นะ ถ้าตัวคนเดียวยังขุดตัวเองขึ้นมาไม่ได้ ให้นัดเพื่อนครับ หรือนัดใครสักคนที่เราแคร์ความรู้สึกเขา ให้ไปเจอกันที่สวน ถ้าเราไม่ไปเราจะรู้สึก ไม่ได้ว่ะ เราทิ้งเพื่อนไม่ได้ มันจะมีความรับผิดชอบต่ออีกคนขึ้นมาละ ถ้าเรารู้สึกว่าความรับผิดชอบต่อตัวเองยังมีไม่พอ เราต้องกดดันตัวเองด้วยความรับผิดชอบต่อคนอื่น
เวลาไหนก็ได้ เงื่อนไขอย่าเยอะ!
ถ้าตอนเช้ายังไม่เวิร์กลองทำตอนเย็นดูก่อนครับ ให้เราได้รู้สึกว่า การทำแบบนั้นมันรู้สึกยังไง อาจจะยังไม่ต้องเป็นเวลาเช้าก็ได้ พอเราทำตอนเย็น เริ่มจากง่าย ๆ ไม่ต้องไปกดดันตนเอง อย่ากดดันว่าฉันต้องวิ่งสองชั่วโมง สามชั่วโมง เริ่มจากสิบนาทีก็ได้ ง่าย ๆ เลย คนเราต้องเริ่มจากจุดเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มไปทีละนิด ๆ ถ้าทำอะไรที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันมากไปสำหรับชีวิตเรา มันจะมีแรงต่อต้านเยอะ ต้องค่อย ๆ ปรับเข้าไป เหมือนอยู่ ๆ เราจะไม่กินเนื้อก็เริ่มจากลดปริมาณไหม ไม่ใช่อยู่ ๆ ไม่กินอะไรทั้งนั้น มันต้องค่อย ๆ ปรับไป เรื่องวิ่งก็เหมือนกัน ถ้าตื่นเช้ายังไม่ได้ งั้นลองวิ่งตอนที่เราพร้อมที่สุด อาจจะเป็นตอนเย็น อาจจะเป็นสี่ทุ่ม ตอนไหนก็ไม่รู้แหละของแต่ละคน แต่ให้เรารู้สึกก่อนว่าได้ไปวิ่ง ได้ไปออกกำลังกายแล้วตัวเองรู้สึกยังไง ให้เราสัมผัสกับความรู้สึกดีนั้นก่อน แล้วเดี๋ยวมันจะเริ่มมีกำลังใจ งั้นเดี๋ยวลองตอนเช้าบ้างไหม อย่าไปคิดว่ามันทำได้เฉพาะช่วงเวลาตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้าเท่านั้น แล้วถ้าไม่ใช่เวลานั้นฉันจะไม่ทำ อย่าไปตั้งเงื่อนไขเยอะ


